ความเป็นกรด-ด่าง ของดิน
ระบบน้ำในการปลูกมะนาวนั้นห้ามเด็ดขาดคือระบบน้ำหยด เพราะรากของมะนาวจะแผ่ไปรอบๆจึงเหมาะกับการให้น้ำแบบหมุนหรือแบบปริงเกอร์
 
                        






สถิติผู้เยี่ยมชม
ขณะนี้ 4 คน
วันนี้ 90 คน
วานนี้ 1,337 คน
สัปดาห์นี้ 8,511 คน
เดือนนี้ 2,915 คน
ปีนี้ 1,292,846 คน
ทั้งหมด 5,180,223 คน
มากสุด: 14,874 คน (เมื่อ 30.07.2016)

สาระด่วนๆ

เคล็ดลับของสวนเรา
Update | | |สั่งซื้อกิ่งพันธุ์ได้ 3 ช่องทางคือ ทางโทรศัพท์: 086-202-2522 หรือทาง LINE ID: @tayrai หรือ ผ่านเว็บได้ที่นี่
Update  ขณะนี้กิ่งพันธุ์ที่ตอนไว้แล้ว ณ วันที่ 03/12/2016 มีจำนวน 808 กิ่ง ถูกจองไปแล้ว 252 กิ่ง สั่งจองได้ที่นี่
Update  กำหนดส่งกิ่งพันธุ์ให้ผู้สั่งซื้อครั้งต่อไปคือ วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559 สั่งจองได้ที่นี่
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ มาแล้วสำหรับ หนังสือคู่มือชาวสวนมะนาว ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของสวนมะนาวแป้นท้ายไร่ จ.พิจิตร กว่า 7 ปีในการรวบรวมเฝ้าสังเกต ทำการบันทึก บัดนี้ได้รวบรวมเป็นรูปเล่มสวยงามแล้ว โดยพิมพ์เป็นสีทั้งเล่ม เหมาะแก่การศึกษาและเก็บสะสม โดยชุดนี้ตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 5 แล้ว สามารถคลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่   หรือท่านที่ชำระเงินแล้วตรวจสอบได้ที่นี่
คลิ๊กดูภาพใหญ่
แบ่งปัน   
ความเป็นกรด-ด่าง ของดิน (อ่าน 14,431)

ความเป็นกรดของดินมีความสำคัญอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากสภาพของความเป็นกรด-ด่างของดินเกี่ยวข้องกับระดับธาตุในดินที่พืชจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ การบอกสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินจะบอกเป็นค่าพีเอช ซึ่งมีค่าระหว่าง 1 ถึง 14 โดยมีสภาพความเป็นกลางของดิน จะอยู่ที่ 7.0
เมื่อค่าพีเอชที่วัดได้ในดินต่ำกว่า 7.0 จะบอกสภาพความเป็นกรด ถ้ามีค่าต่ำกว่า 7.0 มากเท่าใด ความเป็นกรดก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ดินที่เป็นกรดรุนแรงจะเป็นตัวบอกว่าดินจะมีระดับธาตุอาหารบางธาตุที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างต่ำ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม รวมทั้งโพแทสเซียมด้วย
ดินที่มีค่าพีเอชสูงกว่า 7.0 จะบอกสภาพความเป็นด่าง ทำนองเดียวกันยิ่งมีค่ามากขึ้นก็ยิ่งเป็นด่างมากขึ้น การที่ดินมีพีเอชสูงกว่า 8.5   มักจะมีแคลเซียมต่ำ เนื่องจากดินจะมีธาตุโซเดียมอยู่มากเกินไปจนทำให้พืชเกิดอาการขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้ ดินทั่วไปจะมีระดับแคลเซียมและแมกนีเซียมเพียงพอ แต่ถ้าดินมีพีเอชต่ำกว่า 5.5 หรือสูงกว่า 8.5 พืชจะแสดงอาการขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้
โดยทั่วไปยางพาราสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่มีความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 3.8 - 6 อย่างไรก็ตามยางพาราชอบดินที่เป็นกรด ความเป็นกรด - ด่าง ของดินที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 4.5 - 5.5 ดังนั้นดินปลูกยางส่วนใหญ่จึงมักมีธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมต่ำ ธาตุฟอสฟอรัสอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่ำ ส่วนจุลธาตุ เช่น เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง และโบรอน จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ดีจนถึงขั้นอาจเป็นพิษได้ ส่วนโมลิบดินัม ละลายได้ดีในสภาพดินที่เป็นกรดเล็กน้อย หากความเป็นกรด- ด่างของดินต่ำกว่า 4.5 ความสามารถในการละลายของธาตุอาหารในดินจะต่ำถึงต่ำมาก ยกเว้นเหล็ก และแมงกานีสในดินจะละลายเป็นประโยชน์ต่อต้นยางได้ดี จนอาจเป็นพิษ และหากความเป็นกรด- ด่างของดินสูงกว่า 8.5 ในสภาพดินที่เป็นด่างหรือดินเค็ม จุลธาตุอาหารจะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้น้อยจนเกิดการขาด ซึ่งการขาดจุลธาตุเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการเกิดโรคของยางพาราทำให้ต้นยางไม่ต้านโรค นอกจากนี้ฟอสเฟตในดินที่พืชจะใช้ประโยชน์ได้จะลดลงด้วย เนื่องจากฟอสเฟตถูกตรึงโดยแคลเซียมและแมกนีเซียม และหากดินมีโซเดียมมากเกินไป จะทำให้พืชขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้

Tags : กรด  ด่าง  ดิน  ธาตุ  แคลเซียม  แมกนีเซียม  ฟอสเฟต  โซเดียม  พืช 
โดย. webmaster [2011-05-27]
แสดงความเห็น
    เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    แนะนำการเลือกหัวจ่ายน้ำในสวนมะนาวแบบปลูกในวงบ่อซีเมนต์และแบบปลูกลงดิน(อ่าน 13,979)
    ใครเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาดการค้าผลมะนาว(อ่าน 14,816)
    รูปแบบและเทคนิคการพ่นเคมีและชีวภัณฑ์ให้กับมะนาวแปลงใหญ่(อ่าน 12,974)
    ราสนิมทำให้ผลมะนาวกลายเป็นสีน้ำตาลป้องกันอย่างไร(อ่าน 30,916)
    ปุ๋ยเกล็ดปุ๋ยชั้นดีที่อยู่นอกสายตาเกษตรกรไทย(อ่าน 43,118)

ความคิดเห็นที่ 1
ดีมาก

ตอบกลับ

โดย: นายสันดร นอนดึก เมื่อ 4 ปีที่แล้ว (2012-09-21) IP: 106.0.204.195


ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณ

ตอบกลับ

โดย: tadam เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (2015-02-16) IP: 115.84.117.85


ร่วมแสดงความคิดเห็น
  ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ, ไม่มีเนื้อหาในเชิงกล่าวหา ให้ร้าย หรือ หมิ่นประมาทผู้อื่น, ไม่มีเนื้อหาที่เจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ เจตนาให้เกิดความขัดแย้ง, ไม่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และ ผิดกฎหมาย, ไม่มีเนื้อหาโฆษณาสินค้าหรือบริการ
ชื่อของคุณ
รายละเอียด
รหัสCaptcha Image Reload Image
ป้อนรหัส