สำหรับการพ่นยาที่เป็นผง เช่นคอร์ปเปอร์ไฮดร๊อกไซต์ หรือพวกผงกำมะถัน ไม่แนะนำให้ใช้สารจับใบเพราะสารจับใบทำให้เกิดการตึงผิวเม็ดยาจะไม่เกาะใบมะนาว
 
                        




สถิติผู้เยี่ยมชม
ขณะนี้ 35 คน
วันนี้ 1,596 คน
วานนี้ 2,354 คน
สัปดาห์นี้ 11,338 คน
เดือนนี้ 8,880 คน
ปีนี้ 934,995 คน
ทั้งหมด 3,610,331 คน
มากสุด: 6,442 คน (เมื่อ 15.06.2015)

สาระด่วนๆ

เคล็ดลับของสวนเรา
Update  สั่งซื้อกิ่งพันธุ์ได้ 3 ช่องทางคือ ทางโทรศัพท์: 086-202-2522 หรือทาง LINE ID: tayrai หรือ ผ่านเว็บได้ที่นี่
Update  ขณะนี้กิ่งพันธุ์ที่ตอนไว้แล้ว ณ วันที่ 04/09/2015 มีจำนวน 13,270 กิ่ง ถูกจองไปแล้ว 1,346 กิ่ง สั่งจองได้ที่นี่
Update  กำหนดส่งกิ่งพันธุ์ให้ผู้สั่งซื้อครั้งต่อไปคือ วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2558 สั่งจองได้ที่นี่
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ มาแล้วสำหรับ หนังสือคู่มือชาวสวนมะนาว ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของสวนมะนาวแป้นท้ายไร่ จ.พิจิตร กว่า 4 ปีในการรวบรวมเฝ้าสังเกต ทำการบันทึก บัดนี้ได้รวบรวมเป็นรูปเล่มสวยงามแล้ว โดยพิมพ์เป็นสีทั้งเล่ม เหมาะแก่การศึกษาและเก็บสะสม โดยชุดนี้ตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 4 แล้ว สามารถคลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่   หรือท่านที่ชำระเงินแล้วตรวจสอบได้ที่นี่
คลิ๊กดูภาพใหญ่
แบ่งปัน   
ความเป็นกรด-ด่าง ของดิน (อ่าน 9,694)

ความเป็นกรดของดินมีความสำคัญอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากสภาพของความเป็นกรด-ด่างของดินเกี่ยวข้องกับระดับธาตุในดินที่พืชจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ การบอกสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินจะบอกเป็นค่าพีเอช ซึ่งมีค่าระหว่าง 1 ถึง 14 โดยมีสภาพความเป็นกลางของดิน จะอยู่ที่ 7.0
เมื่อค่าพีเอชที่วัดได้ในดินต่ำกว่า 7.0 จะบอกสภาพความเป็นกรด ถ้ามีค่าต่ำกว่า 7.0 มากเท่าใด ความเป็นกรดก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ดินที่เป็นกรดรุนแรงจะเป็นตัวบอกว่าดินจะมีระดับธาตุอาหารบางธาตุที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างต่ำ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม รวมทั้งโพแทสเซียมด้วย
ดินที่มีค่าพีเอชสูงกว่า 7.0 จะบอกสภาพความเป็นด่าง ทำนองเดียวกันยิ่งมีค่ามากขึ้นก็ยิ่งเป็นด่างมากขึ้น การที่ดินมีพีเอชสูงกว่า 8.5   มักจะมีแคลเซียมต่ำ เนื่องจากดินจะมีธาตุโซเดียมอยู่มากเกินไปจนทำให้พืชเกิดอาการขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้ ดินทั่วไปจะมีระดับแคลเซียมและแมกนีเซียมเพียงพอ แต่ถ้าดินมีพีเอชต่ำกว่า 5.5 หรือสูงกว่า 8.5 พืชจะแสดงอาการขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้
โดยทั่วไปยางพาราสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่มีความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 3.8 - 6 อย่างไรก็ตามยางพาราชอบดินที่เป็นกรด ความเป็นกรด - ด่าง ของดินที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 4.5 - 5.5 ดังนั้นดินปลูกยางส่วนใหญ่จึงมักมีธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมต่ำ ธาตุฟอสฟอรัสอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่ำ ส่วนจุลธาตุ เช่น เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง และโบรอน จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ดีจนถึงขั้นอาจเป็นพิษได้ ส่วนโมลิบดินัม ละลายได้ดีในสภาพดินที่เป็นกรดเล็กน้อย หากความเป็นกรด- ด่างของดินต่ำกว่า 4.5 ความสามารถในการละลายของธาตุอาหารในดินจะต่ำถึงต่ำมาก ยกเว้นเหล็ก และแมงกานีสในดินจะละลายเป็นประโยชน์ต่อต้นยางได้ดี จนอาจเป็นพิษ และหากความเป็นกรด- ด่างของดินสูงกว่า 8.5 ในสภาพดินที่เป็นด่างหรือดินเค็ม จุลธาตุอาหารจะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้น้อยจนเกิดการขาด ซึ่งการขาดจุลธาตุเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการเกิดโรคของยางพาราทำให้ต้นยางไม่ต้านโรค นอกจากนี้ฟอสเฟตในดินที่พืชจะใช้ประโยชน์ได้จะลดลงด้วย เนื่องจากฟอสเฟตถูกตรึงโดยแคลเซียมและแมกนีเซียม และหากดินมีโซเดียมมากเกินไป จะทำให้พืชขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้

Tags : กรด  ด่าง  ดิน  ธาตุ  แคลเซียม  แมกนีเซียม  ฟอสเฟต  โซเดียม  พืช 
โดย. webmaster [2011-05-27]
แสดงความเห็น
    เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    เทคนิคการปลูกมะนาวแนวใหม่แบบกึ่งลงดิน(อ่าน 44,275)
    เพาะเชื้อป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าด้วย พด.3(อ่าน 19,751)
    ปุ๋ยหมักขนมชั้นสูตรสวนมะนาวแป้นท้ายไร่(อ่าน 19,587)
    แก้ปัญหาการปลูกมะนาวบนดินถมใหม่(อ่าน 15,571)
    เทคนิคการป้องกันโรคในมะนาวทางอ้อมฉบับพึ่งพาตนเอง(อ่าน 42,268)

ความคิดเห็นที่ 1
ดีมาก
โดย: นายสันดร นอนดึก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว (2012-09-21) IP: 106.0.204.195

ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณ
โดย: tadam เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว (2015-02-16) IP: 115.84.117.85

ร่วมแสดงความคิดเห็น
  ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ, ไม่มีเนื้อหาในเชิงกล่าวหา ให้ร้าย หรือ หมิ่นประมาทผู้อื่น, ไม่มีเนื้อหาที่เจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ เจตนาให้เกิดความขัดแย้ง, ไม่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และ ผิดกฎหมาย, ไม่มีเนื้อหาโฆษณาสินค้าหรือบริการ
ชื่อของคุณ
รายละเอียด
รหัสCaptcha Image Reload Image
ป้อนรหัส