ความเป็นกรด-ด่าง ของดิน
ระบบน้ำในการปลูกมะนาวนั้นห้ามเด็ดขาดคือระบบน้ำหยด เพราะรากของมะนาวจะแผ่ไปรอบๆจึงเหมาะกับการให้น้ำแบบหมุนหรือแบบปริงเกอร์
 
                        






สถิติผู้เยี่ยมชม
ขณะนี้ 11 คน
วันนี้ 207 คน
วานนี้ 2,052 คน
สัปดาห์นี้ 12,554 คน
เดือนนี้ 64,796 คน
ปีนี้ 615,397 คน
ทั้งหมด 5,863,418 คน
มากสุด: 14,874 คน (เมื่อ 30.07.2016)

สาระด่วนๆ

เคล็ดลับของสวนเรา
Update | | |สั่งซื้อกิ่งพันธุ์ได้ 3 ช่องทางคือ ทางโทรศัพท์: 086-202-2522 หรือทาง LINE ID: @tayrai หรือ ผ่านเว็บได้ที่นี่
Update  ขณะนี้กิ่งพันธุ์ที่ตอนไว้แล้ว ณ วันที่ 22/07/2017 มีจำนวน 5,045 กิ่ง ถูกจองไปแล้ว 915 กิ่ง สั่งจองได้ที่นี่
Update  กำหนดส่งกิ่งพันธุ์ให้ผู้สั่งซื้อครั้งต่อไปคือ วันที่ 22 กรกฏาคม 2560 สั่งจองได้ที่นี่
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ มาแล้วสำหรับ หนังสือคู่มือชาวสวนมะนาว ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของสวนมะนาวแป้นท้ายไร่ จ.พิจิตร กว่า 7 ปีในการรวบรวมเฝ้าสังเกต ทำการบันทึก บัดนี้ได้รวบรวมเป็นรูปเล่มสวยงามแล้ว โดยพิมพ์เป็นสีทั้งเล่ม เหมาะแก่การศึกษาและเก็บสะสม โดยชุดนี้ตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 5 แล้ว สามารถคลิ๊กสั่งซื้อได้ที่นี่   หรือท่านที่ชำระเงินแล้วตรวจสอบได้ที่นี่
คลิ๊กดูภาพใหญ่
แบ่งปัน :   
ความเป็นกรด-ด่าง ของดิน (อ่าน 16,249)

ความเป็นกรดของดินมีความสำคัญอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากสภาพของความเป็นกรด-ด่างของดินเกี่ยวข้องกับระดับธาตุในดินที่พืชจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ การบอกสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินจะบอกเป็นค่าพีเอช ซึ่งมีค่าระหว่าง 1 ถึง 14 โดยมีสภาพความเป็นกลางของดิน จะอยู่ที่ 7.0
เมื่อค่าพีเอชที่วัดได้ในดินต่ำกว่า 7.0 จะบอกสภาพความเป็นกรด ถ้ามีค่าต่ำกว่า 7.0 มากเท่าใด ความเป็นกรดก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ดินที่เป็นกรดรุนแรงจะเป็นตัวบอกว่าดินจะมีระดับธาตุอาหารบางธาตุที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างต่ำ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม รวมทั้งโพแทสเซียมด้วย
ดินที่มีค่าพีเอชสูงกว่า 7.0 จะบอกสภาพความเป็นด่าง ทำนองเดียวกันยิ่งมีค่ามากขึ้นก็ยิ่งเป็นด่างมากขึ้น การที่ดินมีพีเอชสูงกว่า 8.5   มักจะมีแคลเซียมต่ำ เนื่องจากดินจะมีธาตุโซเดียมอยู่มากเกินไปจนทำให้พืชเกิดอาการขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้ ดินทั่วไปจะมีระดับแคลเซียมและแมกนีเซียมเพียงพอ แต่ถ้าดินมีพีเอชต่ำกว่า 5.5 หรือสูงกว่า 8.5 พืชจะแสดงอาการขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้
โดยทั่วไปยางพาราสามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่มีความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 3.8 - 6 อย่างไรก็ตามยางพาราชอบดินที่เป็นกรด ความเป็นกรด - ด่าง ของดินที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 4.5 - 5.5 ดังนั้นดินปลูกยางส่วนใหญ่จึงมักมีธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมต่ำ ธาตุฟอสฟอรัสอยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่ำ ส่วนจุลธาตุ เช่น เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง และโบรอน จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ดีจนถึงขั้นอาจเป็นพิษได้ ส่วนโมลิบดินัม ละลายได้ดีในสภาพดินที่เป็นกรดเล็กน้อย หากความเป็นกรด- ด่างของดินต่ำกว่า 4.5 ความสามารถในการละลายของธาตุอาหารในดินจะต่ำถึงต่ำมาก ยกเว้นเหล็ก และแมงกานีสในดินจะละลายเป็นประโยชน์ต่อต้นยางได้ดี จนอาจเป็นพิษ และหากความเป็นกรด- ด่างของดินสูงกว่า 8.5 ในสภาพดินที่เป็นด่างหรือดินเค็ม จุลธาตุอาหารจะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้น้อยจนเกิดการขาด ซึ่งการขาดจุลธาตุเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการเกิดโรคของยางพาราทำให้ต้นยางไม่ต้านโรค นอกจากนี้ฟอสเฟตในดินที่พืชจะใช้ประโยชน์ได้จะลดลงด้วย เนื่องจากฟอสเฟตถูกตรึงโดยแคลเซียมและแมกนีเซียม และหากดินมีโซเดียมมากเกินไป จะทำให้พืชขาดแคลเซียมและแมกนีเซียมได้

Tags : กรด  ด่าง  ดิน  ธาตุ  แคลเซียม  แมกนีเซียม  ฟอสเฟต  โซเดียม  พืช 
โดย. webmaster [2011-05-27]
แสดงความเห็น
    เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
    การออกแบบระบบน้ำเพื่อการเกษตร/อุปกรณ์และการเชื่อมต่อท่อพีวีซี(อ่าน 632)
    ไรแดงแอฟริกันจอมดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่บริเวณผิวใบมะนาว(อ่าน 835)
    คู่มือการใช้แคงเกอร์น็อค กำจัดโรคแคงเกอร์(อ่าน 1,187)
    วงจรการเกิดโรคแคงเกอร์(อ่าน 2,129)
    มวนเขียวส้ม ศัตรูกัดกินใบมะนาว (Green stink bug)(อ่าน 1,074)

ความคิดเห็นที่ 1
ดีมาก

ตอบกลับ

โดย: นายสันดร นอนดึก เมื่อ 5 ปีที่แล้ว (2012-09-21) IP: 106.0.204.195


ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณ

ตอบกลับ

โดย: tadam เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (2015-02-16) IP: 115.84.117.85


ร่วมแสดงความคิดเห็น
  ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ, ไม่มีเนื้อหาในเชิงกล่าวหา ให้ร้าย หรือ หมิ่นประมาทผู้อื่น, ไม่มีเนื้อหาที่เจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือ เจตนาให้เกิดความขัดแย้ง, ไม่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และ ผิดกฎหมาย, ไม่มีเนื้อหาโฆษณาสินค้าหรือบริการ
ชื่อของคุณ
รายละเอียด
รหัสCaptcha Image Reload Image
ป้อนรหัส
 

 
Live Chat